“แจ็ค หม่า” ออกโรงเตือน! โลกต้องเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบจาก “อินเทอร์เน็ต”

12 มิถุนายน 2560 | 10:52 น.

updated: 24 เม.ย 2560 เวลา 16:21:04 น. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

“แจ็ค หม่า” เจ้าพ่อแห่ง “อาลีบาบา” แพล็ตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ ยักษ์ใหญ่แห่งแดนมังกร กล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุมผู้ประกอบการธุรกิจ ในเมืองเจิ้งโจว เตือนโลกควรปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาและริเริ่มการทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดจากระบบอัตโนมัติและเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่ดำเนินโดยอินเทอร์เน็ต “

ใน 30 ปีข้างหน้า โลกจะพบกับความเจ็บปวดมากกว่าความสุข เมื่องานถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ความขัดแย้งทางสังคมในอีกสามทศวรรษข้างหน้า จะส่งผลกระทบต่อทุกประเภทของอุตสาหกรรมและการเดินชีวิต” หม่า กล่าว บลูมเบิร์ก ตั้งข้อสังเกตว่า นี่เป็นสุนทรพจน์ที่ “ผิดปกติ” ไปจากเดิมของหม่า

                 เพราะที่ผ่านมา หม่าเป็นบุคคลที่แสดงตัวชัดเจนต่อความมีวิสัยทัศน์ และพันธะสัญญาในโลกอนาคต อย่างไรก็ตาม หม่าชี้ในการประชุมครั้งนี้ว่า ก่อนหน้านี้เขาเคย “เตือน” ผู้คนว่า ในอนาคต อี-คอมเมิร์ซ อาจทำลายระบบค้าปลีกดั้งเดิม แต่คนส่วนน้อยที่ฟังเขา และมันก็เกิดขึ้นจริง พอมาครั้งนี้ เขาก็อยากจะเตือนโลกอีกครั้งว่า ผลกระทบของเทคโนโลยีใหม่จะมายังไง ผู้คนจะได้รับมือได้ทัน “15 ปีก่อนผมกล่าวสุนทรพจน์กว่า 200-300 ครั้ง ว่าอินเทอร์เน็ตจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทั้งปวง ไม่มีใครฟังผมเลย เพราะตอนนั้นผมเป็นใครก็ไม่รู้ ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร” หม่าได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดต่อบริษัทที่ไม่ยอมปรับตัว เขาชี้ว่า ระบบคลาวน์คอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจ และถ้าผู้นำบริษัทต่างๆ ไม่เข้าใจเทคโนโลยีใหม่ๆ เขาควรให้เด็กรุ่นใหม่อธิบายให้พวกเขาฟัง บริษัทซึ่งทำธุรกิจรูปแบบดั้งเดิมต้องเลิกบ่นเกี่ยวกับผลกระทบของอินเทอร์เน็ตที่เกิดขึ้นต่อระบบเศรษฐกิจ

 

และชี้ว่า พวกที่เอาแต่บ่นๆ นั้น ไม่ได้รู้เอาเสียเลยว่า “เถาเป่า” ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซหลักของอาลีบาบา สร้างงานให้คนนับล้านๆคน เขายังเสริมด้วยว่า อายุการใช้งานที่มากขึ้นและปัญญาประดิษฐ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะนำมาซึ่งอายุการทำงานที่มากขึ้นของแรงงานและงานที่น้อยลง “เครื่องจักรต้องทำเฉพาะสิ่งที่มนุษย์ทำไม่ได้ ซึ่งวิธีนี้เท่านั้นที่เราจะมีโอกาสใช้หุ่นยนต์เป็นพาร์ทเนอร์ทำงานร่วมกับมนุษย์ มากกว่าการนำหุ่นยนต์มาแทนที่มนุษย์” นอกจากนี้ หม่ายังได้ยกตัวอย่างจาก “อาลีบาบา” กลุ่มธุรกิจของเขา ที่ใช้เงินนับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อย้ายธุรกิจเข้าโมเดลใหม่ ทั้งในส่วนของธุรกิจโปรดักชั่นภาพยนตร์ วีดีโอสตรีมมิ่ง การเงิน กระทั่งคลาวน์คอมพิวเตอร์

 

ทางบริษัทเตรียมขยายธุรกิจไปไกลถึงต่างแดน ตั้งแต่ซื้อธุรกิจ “ลาซาด้า” เพื่อถางทางเดินสู่อาเซียน สร้างธุรกิจที่มีประสิทธิภาพพร้อมลงสนามแข่งกับ “อะเมซอน” ยักษ์อี-คอมเมิร์ซโลก ทั้งนี้ หุ้นของอะลีบาบาเติบโตอย่างโดดเด่นในปีนี้ หลังนักลงทุนคาดหวังว่าอาลีบาบาจะสามารถเผชิญหน้ากับคู่แข่งคนสำคัญอย่าง “เท็นเซ็นต์” ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ และสามารถชิงรายได้จากการจ่ายโฆษณาดิจิตอลได้มากกว่า อาลีบาบายังเล็งจะเปิดตลาดแถบชนบท และหารายได้รูปแบบใหม่จากธุรกิจสื่อออนไลน์ และระบบคลาวน์ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่เติบโตเร็วมากในปีที่ผ่านมา

 

เรียบเรียงจาก : สำนักข่าวบลูมเบิร์ก

 

 

ขอบคุณที่มาจาก : http://www.prachachat.net/news_ detail.php?newsid=1493025788 https://www.youtube.com/watch?v=wUAM-7jbhIw http://shows.voicetv.co.th/overview/484041.html