อุตสาหกรรมไทยในอนาคต โดยคุณเฉลิมพล ปุณโณทก

26 กรกฎาคม 2560 | 10:45 น.

ชื่อเรื่องวันนี้อาจจะเซอร์ไพรส์ทีมงาน ผมแต่งเมื่อเช้า “รักแล้วลงมือ” ไม่ใช่เรื่องอีโรติก คือขืนใจอะไรใครนะ แต่ความหมายคือ ถ้าเรารักอะไรสักอย่าง แล้วลงมือทำเลย ดูซิมันจะเป็นยังไง อยากให้ทุกท่านลองฟังเรื่องของผม 2-3 สไลด์นี้อาจจะเป็นแรงบันดาลใจ ใครภูมิใจบ้างครับ นี่คือชาติของเรา ทุกอย่างนี้เราภูมิใจที่จะยืดอกว่า นี่คือชาติไทยเรา ไม่มีชาติไหนมีแบบเรา ภาษาไทย มวยไทย อาหารไทย วัดวาอาราม สถาบันพระมหากษัตริย์ รู้มั้ยครับ มีสิ่งหนึ่งในนี้ที่มีเหมือนกันทุกภาพ คือทุกสิ่งบรรพชนสร้างไว้ ไม่มีอะไรเลยที่คนยุคเราสร้าง เราภูมิใจ เรามีศักดิ์ศรี เราทำมาหาได้กับการท่องเที่ยว กับการเอ็กซ์ปอร์ต มีธรรมชาติ บรรพบุรุษครับที่สร้างไว้ให้กับคนไทย เราไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ถ้าผ่านไปแล้ว เราจะบอกเยาวชนรุ่นหลังเราว่า เราสร้างอะไรไว้ ลองจินตนาการนะครับ นี่คือประเทศไทยของเรา แต่จริงๆ คือสหรัฐอเมริกา ภาพที่เห็นคือ คนอเมริกันชนยุคนี้สร้างไว้ ดูซิครับ ภาพนี้จะบอกว่าเป็นของคนไทยก็ได้นะครับ ภาพนี้คือ ไทยแลนด์ แต่ชื่อภาพต้องชื่อ “ผู้บริโภค” “ผู้ซื้อ” ซื้อมาก่อน มีใช้ก่อน เจ๋ง แต่เขาสร้าง เราซื้อ คือ mind set มันต่างกัน ทำให้เราไม่มีสิ่งที่บรรพชนสร้างไว้ให้เรา ไม่ใช่ว่าเราไม่เก่ง ดูภาพนี้ เก่งมั้ยครับ เหรียญทองครับ เด็กเตรียม เด็กสวนกุหลาบ ทุกมหาวิทยาลัย แข่งระดับโลก ลงหนังสือพิมพ์เป็นประจำ เราเจนตากับเรื่องแบบนี้ไม่รู้กี่ทศวรรษแล้ว แต่เขาไปไหนกันหมด ทำไมเขาไม่สร้างสิ่งที่ภูมิใจแบบบรรพชนเราสร้างไว้เลย มันหายไปไหนหมด หุ่นยนต์ก็ไม่รู้กี่สมัยแล้ว หายไปไหนกันหมด จบปุ๊บ โง่ปั๊บ ง่อยเปลี้ยเสียขา ทำอะไรไม่เป็น กลับไปอยู่กับแม่ ขอตังค์ อย่างนั้นเหรอ ผมว่าไม่ใช่ ส่วนหนึ่งคงไปทำงานบริษัทข้ามชาติ ผมคนหนึ่งที่จบมาแล้วไปอยู่บริษัทใหญ่ มันเป็นกระแส ซึ่งผมอยากสกัดออกมาเป็นคำพูดว่า “น่าจะพอแล้ว ที่เราจะเริ่มอะไรที่คนส่วนใหญ่เชื่อ มันไม่จริงตั้งหลายข้อ เช่น ผมตั้งบริษัทซอฟแวร์ ซอฟแวร์ไทยใครจะซื้อ ก็เนี่ย 18 ปีแล้ว ซื้อกันมาตลอด เราทำ call center software จนได้มีเงินมาทำหุ่นยนต์

 

 

พอทำหุ่นยนต์ หุ่นยนต์ไทยใครจะซื้อ ขนาดญี่ปุ่นยังม้วนเสื่อไปแล้ว.......พอ.....ผมไม่เชื่ออีกแล้ว ผมจะทำ” ตอนอายุ 27 เพื่อนสนิท 2-3 คนผมจะทำรถยนต์แห่งชาติ พูดไปคนก็ยี้ จะเป็นไปได้ยังไง สมัยนั้นรับปริญญาบัตรจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรุ่นท้ายๆ แล้วครับ ก็เลยตระหนักว่าจะต้องทำอะไร รถยนต์นี่แหละ ผ่านมาเกือบ 30 ปี ทางซ้ายคือรถจากอินเดียประเทศกำลังพัฒนา อีกอันมาจากมาเลเซีย ประเทศกำลังพัฒนา อีกประเทศหนึ่ง จีนก็กำลังพัฒนา เขามีรถกันหมดแล้ว ผู้ใหญ่บอกเราจะเป็น ดีทรอยด์ของเอเชีย ผมได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ก็ยังประกอบรถยนต์ให้ชาติอื่นเขาอยู่เลย ไหนล่ะของเรา อยู่ไหน มีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกมาว่า กัมพูชามีรถยนต์แล้ว ชื่อ “อังกอร์” ผมไม่เอาแล้ว ใครจะห้ามอะไรไม่เอาแล้ว จะทำ ผมกำลังบอกว่า มันมืดจริงๆ ครับ ไม่รู้จะพึ่งใครให้มันเกิด เราอยากให้ชาติเราดี เรารักชาติ แล้วเราทำอะไรครับ สังเกตมั้ยครับว่า ภาพสหรัฐอเมริกา กับญี่ปุ่น สิ่งที่ปรากฏล้วนแล้วเกิดจากผู้ประกอบการ ไม่ใช่ บิล คลินตัน แต่เป็น บิล เกตส์ สร้างไมโครซอฟ ไม่ใช่โอบามาสร้าง แต่ สตีฟ จ๊อป สร้างแอปเปิล ไม่ใช่อาเบะสร้าง แต่โซนี่เอกชนสร้าง แปลว่า เราขาดผู้ประกอบการที่จะมาสร้างให้เรามีตามที่เราอยากมี หลายๆ ครั้ง ก็เป็นธุระของคณะวิศวะ นักวิจัย ก็ดูซิครับ วิจัยกันมาตั้งเยอะ ขายได้ซักบาทนึงมั้ย หมดเงินชาติไปเป็นพันล้าน มันไม่มีผู้ประกอบการมันไม่มีประโยชน์ครับ

 

 

ผมเลยตระหนักว่า ผมเจอแล้ว หน้าที่ผม ถ้าจะทำเพื่อชาติ ผมต้องเป็นผู้ประกอบการที่เอาคนเก่งๆ มารวมกัน เอาแชมป์ทั้งหลายแหล่ ทั้งโอลิมปิค ฟิสิกส์ ทุกอย่าง แล้วสร้างแบรนด์ของคนไทย เราก็เลือก หุ่นยนต์ให้โลกรู้ว่า เมดอินไทยแลนด์ ขอเชิญดินสอตัวที่ 1 มาครับ ตัวนี้เป็นตัวแรกของประเทศไทย สัปปะรังเคที่สุดตั้งแต่มีคนสร้างหุ่นยนต์มาในโลก แต่ดังที่สุด นี่เข้าเฝ้าทุกพระองค์แล้ว หลายคนถามว่า ทำไมชื่อดินสอ ผมจินตนาการว่า หุ่นยนต์เมื่อมาอยู่ในชีวิตมนุษย์ต้องใช้ง่ายๆ จะได้กล้าใช้มัน เรื่องหุ่นยนต์มีเรื่องเศร้าอยู่ 3 เรื่อง

แชมเปี้ยนหุ่นยนต์เนี่ยจบมาแล้ว ไม่มีงานทำ ไม่มีบริษัทหุ่นยนต์ เขาก็ไปเปิดร้านกาแฟ เอาถ้วยรางวัลไปตั้งร้านกาแฟ ถ้าจะให้เท่ก็ชื่อ Robot coffee อะไรอย่างนี้ พวกนี้จะกึ่งๆ กิฟต์ กึ่งๆ เนิร์ดหน่อย เขาไม่อยากทำอย่างอื่น ส่วนหนึ่งก็กลับไปช่วยมหาวิทยาลัย ทำแชมป์ขึ้นมาใหม่ ส่วนอีกลูปหนึ่งครับ เป็นวงจรของเขา ไม่มีผู้ประกอบการไปช่วยเขา เศร้า

 

ข้อที่ 2 คนเก่งมากๆ ไปอยู่บริษัทหุ่นยนต์ญี่ปุ่น บริษัทหุ่นยนต์เยอรมัน เท่าที่ทราบ 4-5 คนแล้ว ตอนแข่งชนะทีมชาติ ทำไมตอนทำงานไปทำให้เขา แล้วใครทำให้ชาติของเรา หรือไม่ต้องสนใจ ทำปัญญาชนไว้เยอะๆ อันนี้ผมเศร้า เศร้า

ข้อที่ 3 หยิบกระดาษขึ้นมาได้เลยครับ ต้องร้องไห้แน่นอนถ้าใครรักชาติ อาจารย์มหาวิทยาลัย เชิญศิษย์เก่าพวกนี้ไป กลับไปที่คณะ ให้พี่คนนี้มาพูด พี่ได้ทำบริษัทญี่ปุ่นก็มาเล่ามีแลปเป็นยังไง เอ้า...พวกเราตบมือให้พี่เขาหน่อย จำไว้นะ อีกหน่อยพวกเราต้องได้อย่างพี่เขานะ ต้องอยู่บริษัทหุ่นยนต์ข้ามชาติให้ได้นะ เอ้า!..เป็นกันหมดเลย อาจารย์ด้วย ถ้างั้นตอนแข่งก็ตั้งชื่อทีมโนบิตะไปเลยตั้งแต่ต้น

แล้วไม่ต้องเอาธงไทยไปด้วย เอาธงญี่ปุ่นไปเลย นี่แหละครับเป็นแรงผลักดันให้ผมทำ แล้วไม่ต้องรอ รักแล้วลงมือ ดินสอตัวที่ 2 เริ่มทำแขนสลิง มีปัญหาต้องทิ้งอีก ดินสอตัวที่ 3 เป็นวิวัฒนาการอีกขั้นหนึ่ง ใช้เวลาเกือบ 5 ปี เราอยากทำหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ ดีขึ้นเยอะเลยครับ เริ่มมีศักดิ์ศรีกับเขาบ้าง เราติดเลเซอร์ ติดเซนเซอร์ ติดเทอร์มิล ติดคอมพิวเตอร์วิชั่น ทำให้ดินสอสามารถมองเห็นและเก่งขึ้น ก็ได้เริ่ม แต่ไม่ได้แปลว่าสำเร็จนะครับ ยังไม่รู้ว่าจะเอาเงินมายาไส้แชมป์โลกยังไง หน้าดินสอก็เลยเป็นจอ กะว่าจะขาย โฆษณาบนหน้ามัน เอาไปยาไส้ก่อน แต่เทวดาก็เริ่มให้รางวัล เราเริ่มขายได้จริงๆ จังๆ ที่ร้านอาหาร ไปเสิร์ฟอาหารจริงๆ 10 ตัว เป็นข่าวไปทั่วโลก

 

 

แล้วร้านอาหารที่สวีเดนก็มาซื้ออีก 14 ตัว ช่วยเป็นพยานกับผมด้วยว่า พ.ศ. 2558 ประเทศไทยของเราส่งออกหุ่นยนต์ครั้งแรกไปเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่รู้น่าจะภูมิใจมั้ย ลูกน้องที่ไปติดตั้งบอกว่า เด็กสวีเดนบอกแม่ อยากไปญี่ปุ่น หุ่นยนต์ญี่ปุ่นเจ๋งดี แล้วชี้มาที่ดินสอ ของเรา เขาคิดว่าของญี่ปุ่น ผมก็เลยบอกว่าให้กลับไปติดธงชาติที่แขนเดี๋ยวนี้ ให้รู้จักไทยแลนด์ ก็สนุกดีครับ ได้เริ่มแล้วครับ และมีคำพูดว่า เราจะสู้ญี่ปุ่นได้ยังไง

 

ผมเลยทำให้ดูเลย เราจะเอาหุ่นยนต์ ไทยไปดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่น ตั้งแต่พูดมาก็ลงแรงทำจนสำเร็จ เริ่มแพร่ชื่อเสียงไปทั่วโลก อาซาฮีชิมบุน เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิค บลูมเบิร์ก ทีวีสัมภาษณ์ว่าเป็นไปได้อย่างไร ประเทศนี้ทำหุ่นยนต์และกำลังจะนำไปขายญี่ปุ่น ถ้าถามว่าหุ่นยนต์สู้คนได้มั้ย ก็ต้องถามว่าสู้เรื่องอะไร เก่งเรื่องอะไร เลือกที่จะเก่งด้านดูแลผู้สูงอายุ หุ่นยนต์ก็ต้องมองเห็นผู้สูงอายุลุกมาตอนกลางคืน ถ้าล้มตอนกลางคืน อันตราย ก็ให้ link กับ smart phone นี่ก็ทำเสร็จแล้ว

 

 

มีคนบอกว่าถ้าดินสอเกิดมาก่อนหน้านี้สัก 5 ปี คุณพ่อเขาคงไม่เป็นอัมพาต เพราะล้มไป 5 ชั่วโมงกว่าลูกหลานจะกลับบ้าน มันสายไปแล้ว หัวใจของเรื่องคือ ผมเข้าญี่ปุ่นได้แล้ว เป็นอีกครั้งที่จะบอกดังๆ ว่า ปี 2558 ประเทศไทยประเทศกำลังพัฒนา เราได้ส่งหุ่นยนต์ไปญี่ปุ่นแล้วครับ เป้าหมายคือ 100,000 ตัวภายใน 2 ปี ตอนนี้เป็นพาร์ทเนอร์กันกับ nursing home ที่ญี่ปุ่น ซึ่งมีคนแก่เป็นพันๆ รายที่ต้องเข้าคิว ไม่สามารถรองรับได้หมด ขาดแคลนคนทำงาน ดินสอนี่จะไปช่วยเขา ช่วยคนไทยด้วย เราจับมือกับโรงพยาบาลจุฬาฯ โรงพยาบาลพญาไท ขอบคุณครับ....

 

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=wYgwp4ets1U